ลำโพง ACOUSTIC ONE (นิยามใหม่ของลำโพง BEST BUY)
โดย : ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ
เล่มที่ 280 - เดือนกุมภาพันธ์ 2552

ลำโพง ACOUSTIC ONE เป็นชื่อรุ่นภายใต้ยี่ห้อ SOKEN ทำออกมาเพื่อสืบสานตำนานรุ่น 290 ที่หมดไปประมาณ 3 ปีแล้ว ด้วยแนวคิดที่ตั้งใจให้เป็นลำโพงอนาถาไฮเอนด์อย่างแท้จริง

แนวการออกแบบ

1.เป็นลำโพงวางพื้น 2 ทาง ดอกลำโพงเสียงกลางทุ้ม ขนาด 6 นิ้ว กรวยโปลี่ (ของ VIFA เดน
มาร์ค) 2 ดอก เรียงตรงในแนวตั้ง มีดอกลำโพงเสียงแหลมโดม 1 นิ้ว แม่เหล็กใหญ่ (ของ VIFA เช่นกัน) อยู่ตรงกลางระหว่างดอก 6 นิ้ว ทั้งสอง การจัดเรียงดอกลำโพงแบบสมมาตรบน-ล่าง เพื่อให้เกิดจุดกำเนิดเสียงร่วมเดียวกันของทุกความถี่เสียง (POINT SOURCE) เสียงและมิติจะออกมาได้อย่างกลมกลืนที่สุด (ดอกลำโพงทั้งหมดปิดครอบกันสนามแม่เหล็กกวนจอภาพ CRT)

2.การใช้ดอกกลางทุ้มขนาด 6 นิ้ว 2 ดอก ช่วยเพิ่มพื้นที่การผลักอากาศ เทียบเท่ากับดอกกลาง
ทุ้มประมาณ 10 นิ้ว 1 ดอก แต่ตอบสนองได้ฉับไวกว่า 10 นิ้วมาก อีกทั้งรับกำลังขับได้สูงขึ้น 2 เท่าของดอก 6 นิ้ว 1 ดอก

3. การเป็นลำโพงวางพื้น ทำให้ไม่ต้องขวนขวายเสียเงินซื้อขาตั้งอีกตั้งแต่คู่ละ 4,000 บาทถึงนับหมื่นๆ  บาท อีกทั้งการหาขาตั้งที่จะลงตัวได้ดีกับลำโพงก็เป็นเรื่องยากมากๆ (มากกว่าที่คุณคิดเยอะ!)
ตั้งใจใช้วงจรแบ่งความถี่อย่างง่ายที่สุดเท่าที่จะง่ายได้ อย่างวงจรตัดออกดอกแหลมเป็นการ
กรอง 2 ชั้น (ตัวเก็บประจุ C คุณภาพสูง BENNEC ทนแรงดันได้ 250 V 2 ตัวต่อขนานกัน เพื่อลดความต้านทานภายใน (ESR) ฟังทดสอบทั้งเสียงและมิติว่าตัวเก็บประจุทั้งสองต้องห่างกันเท่าไรและทิศทางหัวท้ายเรียงอย่างไร แม้แต่ตัวต้านทาน (R) ก็ยังฟังทดสอบทิศทาง รวมทั้งขดลวดแกนอากาศเส้นทองแดงใหญ่ก็ฟังทิศทาง
ในส่วนของเสียงทุ้มจะต่อตรงให้ออกแบบครบทุกความถี่ โดยให้กลไกการขยับของดอกเป็นตัวกรอง
เสียงเอง มีตัวต้านทานขนาดใหญ่ อย่างที่ไม่มีที่ไหนในโลกกล้าใช้กับลำโพง คือ ความต้านทาน 1 โอห์ม รับกำลังขับได้ถึง “300 วัตต์ต่อเนื่อง” ตัวใหญ่เท่าหัวแม่มือ 2 หัวต่อยาวกัน! (เป็นเซรามิก) ฟังทดสอบทิศทาง ปกติลำโพงถูกๆ จะใช้แค่ 5 วัตต์เล็กเท่า 1 นิ้วก้อยราคา 25 บาท ลำโพงไฮเอนด์ ใช้กันแค่ 100 วัตต์ ที่ใส่เข้าไปเพื่อมิให้ความต้านทานรวมของ ACOUSTIC ONE ต่ำกว่า 3.86 โอห์ม ขณะเดียวกันการใช้ตัวต้านทานทนกำลังขับบ้าเลือดขนาดนี้ก็เพื่อมิให้มีการบั่นทอนระดับเสียงเลย (ลองถอดออกกับใส่เข้า เสียงไม่ตกเลย ไม่เพี้ยนด้วย) ตัดแบ่งความถี่ค่อนข้างสูง ประมาณเกือบ 4 kHz เพื่อให้ดอกแหลมทำงานเบาที่สุด จะได้ตอบสนองได้เที่ยงตรงและความเพี้ยนที่สุด ทั้งๆ ที่แม่เหล็กก็ใหญ่มากอยู่แล้ว (ไม่ใช้ตัวต้านทานวัตต์สูงมากๆ แต่ก็สูงเกินพอ เพราะพลังเสียงสูงต่ำกว่าพลังเสียงกลางทุ้มถึง 30 เท่า)

ด้วยวิธีนี้ ทำให้ ACOUSTIC ONE เป็นลำโพงที่มีความไวสูงเอาเรื่อง น่าจะได้ไม่ต่ำกว่า 90 dB SPL/w/m และเมื่อขับด้วยภาคขยายที่คุณภาพดีหน่อยที่อัดฉีดกระแสได้ดี ก็จะยกกำลังขับของภาคขยายนั้นได้ตั้งแต่ 50% ~ 100% เช่น สเปคของภาคขยาย 50 W.RMS/CH ที่ 8 โอห์ม, 100 W.RMS/CH ที่ 4 โอห์ม เมื่อมาขับกับ ACOUSTIC ONE ก็จะปั๊มออกมาได้เกือบ 100 W.RMS/CH ที่ 4 โอห์ม 2 กรณีนี้ทำให้มันเป็นลำโพงที่ขับง่ายมากและปลอดภัย

สายลำโพงภายในใช้สายทองแดงบริสุทธิ์ OFC ของ PHOENIX GOLD รุ่นที่ขายกัน 250 บาท/เมตร (ลำโพงถูกๆ ใช้ประเภท 5 บาท/เมตร ดีหน่อยก็ 20 บาท/เมตร) ฟังทดสอบทิศทางสายเช่นกัน

สายลำโพงจะบัดกรีเข้ากับขั้วดอกลำโพงโดยตรงเลย ไม่มีการใช้หางปลาเสียบ จึงตัดปัญหาทิศทางการเสียบ (คว่ำหรือหงาย) ซึ่งมีผลต่อเสียงและมิติการบัดกรีตรง ทำให้เสียงนิ่ง, หนักแน่น, ความสงัดดีกว่า, ช่องไฟดีกว่า, การสวิงดัง-ค่อยดีกว่าด้วย ระวังมิให้สายที่เข้าดอกลำโพงทั้ง 3 ดอก แตะต้องกัน

4. สิ่งหนึ่งที่แม้ลำโพงระดับหลายๆ หมื่นบาท หรือกว่าแสนบาทขึ้นไปก็ยังไม่ทำกัน คือ การวัด
ค่าอุปกรณ์บนแผงวงจรแยกเสียงของแผงซ้ายกับขวามีค่าเท่ากัน ถึงทศนิยม 2 ตำแหน่ง (เรียก MATCHED PAIR) ไม่ว่าตัวเก็บประจุ, ตัวต้านทาน, ตัวขดลวด เพื่อให้ได้มิติเสียงนิ่ง, โฟกัสชัดและมีรายละเอียดดีที่สุด (ตลอดทุกช่วงความถี่ ไม่ใช่รายละเอียดหลอกๆ เฉพาะช่วงปลายแหลมที่จงใจเน้น) สิ่งนี้จะช่วยให้รู้สึกว่า เสียงดังมากขึ้นถึง 2 ขีด เสียงจึงหลุดลอยเป็น 3 มิติ อิสระ และลำโพงล่องหนอย่างสมบูรณ์

5. นี่ก็เช่นกัน ลำโพงราคาเป็นล้านยังแทบไม่มีใครทำกัน คือ ยกวงจรแบ่งเสียงแยกมาอยู่นอกตู้หนีการสั่นสะเทือน ผลคือ เสียงที่หลุดลอย ความสงัด สุ้มเสียงที่เกลี้ยงเกลา ไม่เครียด แต่ตื่นตัวและผ่อนคลาย ได้ลองเอาวงจรกลับไปเกาะ อยู่ที่ขั้วรับสายลำโพงหลังตู้ลำโพง มิติและเสียงคนละเรื่องเลย เรียกว่ารับไม่ได้กันเลย
นอกจากแยกออกมาแล้ว ยังใช้กล่องไม้แทนที่จะใช้กล่องเหล็กหรือพลาสติก ซึ่งรบกวนเส้นแรง
แม่เหล็กจากขดลวดได้

ลำโพงทั่วไปจะไม่ทำแยกแบบนี้เพราะต้นทุนสูงขึ้นมาก ทั้งการทำและการบรรจุหีบห่อ การขนส่ง ซึ่งส่งผลต่อภาษีที่สูงขึ้น

6.วงจรแบ่งเสียงใช้การบัดกรีขาอุปกรณ์ต่อถึงกันโดยตรง (เรียก HARD WIRE) ไม่ใช้แผงวงจร
ทำให้ส่งผ่าน, อัดฉีดกระแสได้เต็มที่กว่า เสียงจะมีน้ำหนัก (WEIGHT) แรงกระแทก (PUNCH) ความสงัด ช่องไฟ หลุดลอย ได้ดีกว่าแบบแผงวงจรมาก (อีกครั้งที่กว่า 70% ของลำโพงในท้องตลาดไม่ทำกัน เพราะเป็นงานฝีมือ (HAND MADE) ทำแบบทีละเยอะๆ ไม่ได้ (MASS) ต้นทุนจะสูงมากไลน์ของเบสก็ชัดเจนเที่ยงตรงมากกว่าและตัวโน้ตก็รับฟังได้อย่างถูกต้องมากขึ้น